บางเวลาเราเองอาจไม่รู้ตัวว่าเราทำอะไรอยู่

แม้ว่าเรารู้ตัวเสมอว่าสิ่งที่เกิดมันเกิดจากอะไร

หรือเราอาจจะรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราเองที่เป็นคนตั้งใจทำให้มันเกิด

แต่เราก็ยังไม่สามารถหาเหตุผลมาตอบคำถามว่า ทำไม ได้

...อาจจะเป็นเพราะรักมากเกินไป ทุกอย่างก็เลยเริ่มจะบิดเบือน

 

ตอนนี้เริ่มไม่เข้าใจตัวเองแล้วล่ะว่าทำไมจึงสบายใจอยู่ได้ที่อยู่กับคุณทุกวันนี้

นี่? เรา...ทำถูกแล้วจริงๆหรอ เราควรจะเป็นแบบนี้จริงๆใช่มั้ย?

เราจะให้มันเป็นแบบนี้จริงๆงั้นหรือ?

 

ตอนนี้เกิดแต่ความละอายในตัวเอง ไม่รู้ ว่าทำไม

 

คุณรู้มั้ย มีคนมากมายที่ไม่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน

และคนจำนวนมากต้องคิดแน่ๆว่าเราไม่เหมาะที่จะอยู่ด้วยกันในฐานะนี้

ถ้าพวกเค้าได้รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังกันซักนิด

เค้าคงไม่คิดจะเชียร์เรา หรืออาจจะประนามด้วยซ้ำ

 

ทำไมเราถึงทำแบบนี้คะ?

ฝ้ายเจอวิกฤตอยู่ล่ะ รู้มั้ย

ทั้งที่บ้าน ผู้ปกครอง และโดยเฉพาะอย่รางยิ่ง ตัวฝ้ายเอง

คุณตอนนี้คงสบายขึ้นบ้างแล้วเพราะสถานการณ์ของเราเปลี่ยน

ฝ้ายก็สบายใจขึ้นนะคะ และรู้สึกดี...

แต่ตอนนี้ ความรู้สึกดีกำลังกัดกร่อน

รู้สึกดี ก่อความรู้สึกผิด และมากขึ้นทบทวี

...

...

...

เริ่มกลับมาคิดอีกครั้งว่า ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไม่ตลอดรอดฝั่ง...

เราสมควรที่จะอยู่หรือคะ?

 

อีกหน่อยคงผิดใจกันอีก แล้วถ้าเป็นแบบนั้น

เรายังจะยืนยันที่จะอยู่กันแบบนี้จริงหรือคะ?

รักของเรา...กับอนาคตของเรา...มันไปกันได้จริงหรือเปล่า

หรือเรารักกันโดยไม่เห็นข้างหน้า...

ที่แย่กว่า...เรารักกันแล้วพากันหยุดนิ่ง คงที่...หรือดิ่งลงหรือเปล่า

 

ยังคิดว่าคุณน่าจะได้คนที่ดีกว่านี้

ไม่ใช่คนแบบฝ้าย...

"เราคบกันมา แปดเดือนแล้วนะ"

ค่ะ ฝ้ายทราบดี

ประเด็นคือ... ยิ่งนาน มันยิ่งสานต่อหรือเปล่า

ตอนนี้กำลังกลัว... ว่าต้นไม้ที่เราปลูกงอกงามอยู่ด้วยกันตอนนี้

เมื่อมันโตเต็มที่ มันจะก่อหนามขึ้นมาหรือเปล่า

เราจะต้องเจ็บปวดเพราะมันในตอนสุดท้ายมั้ย?

 

ถ้าหากต้องเป็นแบบนั้น...

โคนทิ้งซะ ตั้งแต่ยังไม่โต...จะดีกว่ามั้ยคะ?

 

ไม่ได้อยากเลิกค่ะ ทุกวันนี้มีความสุขมาก และรู้สึกดี

แต่ความรู้สึกผิดมันรุมเร้าจนเริ่มขยับตัวไม่ได้...

 

ทำให้ไม่สบายใจ หรือไม่เข้าใจยังไง ขอโทษนะคะ

เป็นคนคิดมาก แถมยังอธิบายไม่เข้าใจ...แย่จริงๆเลยนะคะ

เริ่มจะไม่รู้

posted on 31 May 2008 11:38 by pandaparadiso

วันนี้เป็นความรู้สึกที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเยอะมากไปหน่อยนะ

 ได้คำตอบสำหรับตัวเองแล้วว่าเสียใจ...เสียใจมากจริงๆ...

 เสียใจ ที่ไม่ได้เรียนในที่ที่ใฝ่ฝัน

ยังดีนะที่ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน...

แต่...มันไม่ใช่ที่นี่

ฉันอยากเรียน...อยากเรียนในที่ที่ฝันไว้

อยากยืนในสถานที่ที่รับรู้ความต้องการของตัวเองเป็นที่แรก

ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงขออะไรทั้งนั้น...

ฉันอยากได้เพียงความฝันของฉัน

 

ทำไมถึงได้รู้ตัวช้าขนาดนี้นะ ไม่สิ...ฉันอาจจะรู้ตัวมาซักพักแล้วก็ได้ หลังจากการรับน้องที่ไม่ประทับใจเท่าไหร่ ไม่ใช่ไม่ชอบหรืออคติหรอก เรารู้ดีว่าแต่ละที่ก็ต้องมีแนวทางของแต่ละที่ไป แต่ความรู้สึกสุดท้ายของเราหลังจากการรับน้องในสถานที่ที่เราได้อยู่คือ นี่ฉันอยากอยู่ที่นี่จริงๆหรือ? ฉันอยากเรียน ใช่ อยากเรียนมาก แต่...ที่นี่เป็นที่ของฉันหรือเปล่า?

มันยังไม่สายเกินไปหรอกถ้าจะกลับตัว ทนเรียนไปอีกหน่อย เดี๋ยวก็สอบใหม่ สอบใหม่เที่ยวนี้แล้ว ฉันจะได้อยู่ในที่ที่ฉันฝันมั้ย? เมื่อคิดแบบนั้นแล้วฉันก็เริ่มที่จะไม่กล้า... ไม่กล้าที่จะออกเดินเริ่มใหม่ ตอนนี้ความเชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นคนมั่นใจมันน้อยลงทุกทีๆ คนมั่นใจที่กล้าตัดสินใจคนนั้นเริ่มกลัวที่จะย้อนไปหาความฝันของตัวเอง ทั้งที่ตั้งใจแล้วว่าจะเริ่มใหม่ให้ได้...แต่ฉันจะทำมันด้วยความรู้สึกกลัวขนาดนี้ได้อย่างไร

แม้ว่าสถานที่ที่ฉันฝันมันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกหักและความรู้สึกผิดบาปมากมาย...

แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อเอามาคิดคำนวญใหม่ มันเป็นที่ที่ฉันรู้สึกดีที่สุด แม้กระทั่งวันนี้ ที่ฉันถูกมองเป็นคนนอก เป็นคนแปลกหน้า เพราะฉันได้ประทับตราลงบนตัวเองว่าเป็นคนจากสถาบันอื่นไปแล้ว... และทุกอย่างยิ่งดูเปราะบางขึ้นไปอีกเมื่อถูก"คุณ"มองด้วยสายตาที่ราวกับว่าเราไม่รู้จักกัน

ฉัน...กลับมานั่งอ่าน บันทึกเก่า...

บันทึกที่ว่า ที่ที่ฉันฝันไว้มีพิธีกรรมอะไรบ้าง...ที่ฉันเป็นคนจดบันทึกมันด้วยความสุขและความฝันเปี่ยมล้น

2+1... ศีกจุ่ม... ปูโต๊ะ... รับน้อง...

จะทำอะไรได้ เมื่อทุกวันนี้ฉันไม่ได้รับน้องแล้ว... แต่ฉันได้เพื่อน(?)มากมายจากการรับเพื่อน...

รู้สึกดีหรือเปล่า... รู้สึกโอเค

แต่คำว่ารู้สึกดี จะใช้ได้ต่อเมื่ออยู่ที่นั่นเท่านั้น....

เมื่อคืนก่อนนี้ ฉันฝันเห็นคนเก่าคนแก่ท่านหนึ่งกำลังปลอบโยนฉันอย่างเศร้าสร้อย... ท่านบอกว่าเสียใจเหลือเกินที่ฉันไม่ได้อยู่... ท่านอยากให้ฉันอยู่ ท่านรู้ว่าฉันเสียใจ และรู้สึกอย่างไร... คำพูดพวกนั้นทำให้ฉันร้องไห้ไปกับท่าน... แต่เมื่อตื่นฉันก็เลือนภาพท่านไป ฉันจำไม่ได้ว่าท่านเป็นใคร... จนเมื่อคืนนี้... ฉันเห็นท่านอีกครั้ง... ท่านยังคงดูดุๆแต่ก็ยังคงแววตาอ่อนโยนเอาไว้...

เมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ฉันไปที่นั่นแล้วไม่ได้ไหว้ท่าน... ฉันไม่ได้บอกว่าฉันไปที่นั่น ฉันไม่ได้กล่าวลาท่าน และยังไม่ได้ขอโทษท่านเหมือนทุกๆครั้งที่ไป...

ฉันคงไม่มีวันเดินเข้าประตูกลางได้ด้วยความรู้สึกเหมือนตอนที่ฉันยังไม่ได้เป็นส่วนของที่ไหนได้อีกแล้ว...

ฉันจะเสียใจ ฉันจะร้องไห้ และฉันจะยิ้มแม้ว่ามันจะขมขื่น

สิ่งที่ฉํนทำได้ตอนนี้คืออยู่อย่างทรมานให้ดีที่สุด ไม่แน่นะว่าซักวัน ความรู้สึกนี้อาจจะดีและจางหายไปก็ได้

ฉันอาจจะฝันเห็นท่านอีกครั้ง... และครั้งนี้ท่านอาจจะยิ้มอย่างภูมิใจ

ฉันรู้ว่าฉันยังคงเป็นศิษย์ของท่านแม้ว่าฉันจะไม่ได้อยู่ที่นั่น...หรือแม้ฉันจะเป็นคนนอกในสายตาของคนที่ได้อยู่ที่นั่นไปแล้วก็ตาม

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกอยากจะโทษสิ่งอื่นๆที่ไม่ใช่ตัวเอง เพราะฉันโทษตัวเองทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าเป็นสาเหตุที่ครบทั้งหมด ...ฉัน อยากโทษมนุษย์ ...ทำไมมนุษย์ สัตว์ที่เรียกตนเองว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงที่มีวิวัฒนาการสูงสุดกว่าสัตว์ชนิดไหนๆบนดาวดวงนี้จึงไม่สามารถรับรู้หรือตัดสินอะไรได้จากจิตใจเบื้องลึกซักทีนะ... ทำไมยังต้องมีการสอบเอนทรานซ์ ทำไมยังคัดประสิทธิภาพมนุษย์ด้วยหลักการทางวิชาการ... เมื่อไหร่จะมีเครื่องแสดงความรู้สึกในจิตใจมาใช้แทนกระดาษคำตอบเสียที... ฉันรับรู้แล้วว่ามีคนเสียใจเหมือนฉันและรู้สึกเหมือนฉัน อย่างน้อย ฉันก็รู้อยู่คนนึง...

ถ้ามีเครื่องนั่น... นักเรียนที่มีฝันอย่างแรงกล้าและไม่ใช่คนไม่ดีจนเกินไปคงจะได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ ในที่ที่ตนเองฝัน แม้ว่าคนนั้นจะไม่ฉลาดอะไร หรือวาดรูปสอบความถนัดไม่สวยก็ตามที...

ทำไมถึงเสียใจขนาดนี้นะ... ทั้งที่ฉันเลือกที่จะอยู่ให้ดีทีสุดแล้ว...

แต่ยังคงเสียใจ เสียดาย และเสียสูญ

...เพราะมันเหมือนว่า...ฉันจะไม่สามารถเป็นในสิ่งที่อยากเป็นได้อีกแล้ว...